2007/Mar/27

Title :: Can I love You? (사랑해도 됄까요?)
Part :: 1
Couple :: YunJae , YuSu .. Etc.
Category :: Romantic,Drama
Talk :: อ่า .. หยิบฟิควายเรื่องแรกมาปัดฝุ่นเสียใหม่ .. แต่งไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ค้างเติ่งอยู่สองสามเดือน คิดว่าได้เวลาที่ควรจะต่อซะที - -" เลยเอามาลงซะเลย

Warning :: ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงหรือเจ้าของชื่อแต่โดยประการใด อ่านรายละเอียดที่เหลือได้ ที่นี่

- - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Part 1

เอ ..แล้วมันอยู่ตรงไหนล่ะเนี่ยริมฝีปากสวยได้รูปขยับขึ้นลงเล็กน้อยอยู่ตลอดเวลาขณะพึมพำเป็นรอบที่สิบ ขาทั้งสองข้างพาร่างของตนเองเดินวนไปวนมาหน้าร้านหนังสือแห่งหนึ่ง คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความเคร่งเครียดขณะจดจ่ออยู่กับกระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นเล็กๆที่จดที่ตั้งของร้านมาจากคำกล่าวของชางมินผ่านทางโทรศัพท์[/b]

เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนนะแจจุง อยู่แถวๆบ้านฉัน วันนี้ฉันติดเรียนเลยไปส่งนายไม่ได้ แต่ฉันบอกคุณอาไว้แล้วล่ะนะ ตอนทุ่มนึงนายไปได้เลย

แล้วเจ้าตัวก็แค่บอกรายละเอียดของที่ตั้งมาอีกนิดๆหน่อยๆ หลังจากนั้นจึงรีบวางสายไปด้วยความเร่งร้อน ขณะที่แจจุงได้แต่ทำปากพะงาบ ๆ เมื่อลองโทรกลับไปก็พบว่าอีกฝ่าย .. ได้ปิดเครื่องไปเสียแล้ว และนั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่า .. เขาต้องพึ่งตัวเองซะแล้ว

แต่นั่นอาจจะเป็นทางเลือกที่ไม่ดีนัก .. เพราะเจ้าร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่ว่าไม่รู้ไปหลบอยู่ ณ ซอกมุมไหนของถนนสายนี้ นี้ก็ใกล้เวลาทำงานเข้าไปทุกที ๆ .. ขืนไปสายตั้งแต่วันแรกคงโดนหักเงินเดือนแน่ ๆ .. ลองโทรหาชางมินอีกสักรอบละกัน

ตี๊ดด ตี๊ดด ..

ฮัลโหลเมื่อได้ยินเสียงของเพื่อนรักดังออกมาจากปลายสายทำเอาเขาแทบจะร้องตะโกนด้วยความดีใจ มีอะไรแจจุง

ร้านอาหารที่นายว่าน่ะ .. มันอยู่ตรงไหน ฉันยังหาไม่เจอเลย

ก็ที่อยู่ที่ฉันให้นายไป ไม่เจอหรอ?

นายให้ฉันมาแค่นั้นน่ะนะ ใครจะไปรู้ล่ะ แถมชื่อร้านกับเบอร์โทรศัพท์นายยังจำไม่ได้ ให้ตายเหอะ

เออ ขอโทษเขาว่า

นี่ฉันเดินวนไปวนมาแถวนี้เป็นชั่วโมงแล้วนะ นี่มันก็จะทุ่มนึงอยู่แล้วด้วย ถ้าฉันไปสายต้องโดนหักเงินเดือนแน่ๆเลย โฮกกกกก

ก่อนที่คนหน้าสวยจะได้พล่ามอะไรไปมากกว่านี้ ชางมินจึงตัดสินใจพูดออกไปเพื่อเป็นการป้องกันหูของตนเอง .. ขืนได้ฟังแจจุงบ่นมีหวังหูชาไปข้างแหง ๆ

เอาล่ะคิมแจจุง .. ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน

ก็อยู่ที่ ..แจจุงบอกชื่อถนนพร้อมกับตำแหน่งที่ตนยืนอยู่ไปอย่างละเอียดยิบ เสียงของคนปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

นายได้ข้ามไปดูอีกฝั่งหรือยัง ที่ร้านอาหารเยอะๆน่ะ

และเจ้าตัวก็จึงประจักษ์ได้ว่ายังไม่ได้เดินไปยังฝั่งตรงข้ามที่มีร้านอาหารหลายร้านตั้งอยู่เรียงรายอย่างที่ชางมินว่า ซึ่งนั่นอาจจะรวมไปถึงที่ทำงานใหม่ของเขาด้วยก็เป็นได้ คิดได้ดังนั้นจึงกล่าวขอบคุณชางมินพร้อมกับวางสายไป รีบก้าวขาสวบๆไปยังทางข้ามทันที โดยที่แจจุงไม่ทันสังเกตว่ามีรถคันหนึ่งกำลังวิ่งฝ่าไฟแดงมาทางเขาด้วยความเร็วสูง

เอี๊ยดดด

เสียงเหยียบเบรกอย่างกะทันหันดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของแจจุง ด้วยอารามตกใจบวกกับความเร่งรีบ ทำให้ขาทั้งสองข้างพลันสะดุดพื้นถนน ก่อนร่างทั้งร่างจะลงไปจับกบกับพื้นอย่างสวยงาม ใบหน้าสวยหวานแดงซ่านด้วยความอาย พยายามพยุงตัวลุกขึ้นแต่ความเจ็บที่แล่นปราดมาจากหัวเข่าข้างขวาทำเอาเข้าตัวหน้าเบี้ยว ทรุดลงไปกองกับพื้นอีกรอบ

คุณครับ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเจ้าของรถคันหรูรีบวิ่งลงมาจากรถเพื่อมาดูอาการคนข้างหน้าทันทีขอโทษทีนะครับ พอดีผมกำลังรีบใบหน้าคมเข้มเหวอไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเลือดเริ่มซึมออกมาจากหัวเข่าของผู้เคราะห์ร้าย

ในตอนแรกเขาแทบจะแหวออกไปแล้วเชียวว่าขับรถประสาอะไร .. ไม่ดูสัญญาณไฟให้คนเดินเลยหรือไร แต่เมื่อหันไปสบสายตาที่มองมาด้วยความเป็นห่วง ถ้อยคำต่อว่าทั้งหมดดูจะถูกกลืนลงลำคอไปหมดแล้ว

วินาทีที่ทั้งคู่ได้สบตากัน .. ดูราวกับโลกจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ ดวงตาเรียวของฝ่ายตรงข้ามที่จ้องมาอย่างเป็นห่วงเป็นเป็นใยสบกับดวงตากลมโตคู่ใสที่คลอไปด้วยน้ำเนื่องด้วยความเจ็บจี๊ดที่เริ่มรู้สึกได้ ต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไรได้แต่จ้องตากันอยู่อย่างนั้น ริมฝีปากหนาของชายหนุ่มขยับขึ้นราวกับจะเอ่ยเอื้อนอะไรบางอย่างออกมา ก่อนที่แจจุงจะเป็นฝ่ายหลบสายตาออกมาก่อน

ไม่เป็นไรครับ ผมก็ไม่ทันมอง รีบเหมือนกัน ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับแจจุงพยายามจะพยุงตัวยืนขึ้น แต่ใบหน้าหวานก็ต้อวเหยเกอีกรอบเมื่อรู้สึกว่าแผลเจ้าปัญหาจะเริ่มเจ็บมากขึ้นทุกที .. เลือดยังไหลออกไม่หยุด แถมยังมีรอยถลอกเต็มแขนเต็มขา .. เฮ้อ .. สงสัยต้องไปหาที่ล้างแผลซะแล้ว

ถ้ายังไง ให้ผมไปส่งไหม ?

ไม่ครับ ไม่เป็นไร ผมยังไหว ไปก่อนนะครับในที่สุดก็สามารถลุกขึ้นได้สำเร็จ แต่ก็ผ่านไปด้วยความทุลักทุเล เจ้าตัวก้มหัวหงึกหงักๆให้ร่างสูงหนึ่งครั้ง แล้วพาร่างของตนเองเดินกะเผลกๆไปยังฝั่งตรงข้ามได้อย่างปลอดภัย โดยมีสีหน้าอาลัยอาวรของชายหนุ่มเจ้าของรถมองตามมา

ร่างบางแวะเข้าห้องน้ำที่อยู่ข้างทางเพื่อจัดการล้างแผลให้เรียบร้อย ขณะที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำสายตาก็มองหาร้านอาหารที่ว่าไปด้วย

อ้ะ ~ นั่นไงร้านอาหารอิตาเลี่ยน โฮกกก สวรรค์มาโปรดคิมแจจุงแล้ว T___T

โดยไม่รอช้า แจจุงรีบสาวเท้าเขาไปที่หน้าประตูร้านอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ขาของตัวเองจะพาไปไหว .. อย่างน้อยเขาก็มางานตรงเวลาหนึ่งทุ่มพอดีเป๊ะ .. หวังว่าคงไม่โดนหักเงินเดือนนะ ..

เอ้อ ขอโทษนะครับ ผมมาทำงานพิเศษ เสียงหวานเอ่ยเรียกพนักงานต้อนรับที่ยืนอยู่หน้าร้าน เครื่องแต่งกายของพนักงานหญิงร้านนี้เป็นชุดเรียบๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงรอบตัวสีดำเพื่อความคล่องตัวและความรวดเร็ว เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจในคำพูด ยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนที่จะพาเดินไปข้างใน

เมื่อผลักประตูเข้าไปก็พบกับกรอบรูปอันใหญ่ที่บรรจุภาพสีน้ำมันของดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ไว้ภายใน แสงไฟสีส้มที่ติดไว้ด้านบนกรอบรูปช่วยขับความงามของภาพวาดให้ออกมามากยิ่งกว่าเดิม ฝาผนังสีครีมอ่อนๆกับถนนก้อนกรวดเล็กๆที่เป็นทางเดินเข้าไปสู่ตัวร้านดูจะเข้าไปได้กับบรรยากาศคลาสสิกเล็กน้อยเป็นอย่างดี เสียงดนตรีบัลลาดเบาๆที่ขับกล่อมให้คนที่นั่งรับประทานอาหารอยู่สามารถเคลิ้มไปกับบรรยากาศได้ .. ในวันนี้มีคนไม่มากนักเนื่องจากเป็นวันที่เปิดร้านวันแรก แต่ดูเหมือนจากคำบอกเล่าของพนักงานสาวหน้าร้านที่บอกว่ามีลูกค้าเข้าร้านอย่างสม่ำเสมอ ก็ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับร้านอาหารอิตาเลี่ยนเปิดใหม่แห่งนี้

อ่า แจจุงใช่ไหมจ๊ะ?หญิงร่างท้วมท่าทางใจดีที่ยืนอยู่ที่เคาท์เตอร์ด้านในส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร แจจุงพยักหน้าหงึกหงักแล้วกล่าวแนะนำตัว

ฮะ ผมชื่อคิมแจจุง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับสิ้นเสียง พนักงานสาวหลายคนจึงละความสนใจจากการทำงานมาที่ชายหนุ่มทันที แต่ละคนจะทำหน้าประมาณว่าอา ~ ชายหนุ่มในฝัน ~~ .. เห็นแล้วแจจุงก็อดนึกเสียวสันหลังไม่ได้

ฉันชิมอิมนา เป็นอาของชางมินจ้ะ ยินดีที่ได้รู้จัก

เช่นกันฮะแจจุงก้มหัวเล็กน้อยเป็นเชิงเคารพ เมื่อฟังข้อตกลงต่างๆและจำนวนเงินที่จะได้รับในแต่ละครั้งเขาก็ยิ้มจนแก้มแทบปริ เพราะค่าตอบแทนที่ได้ดูจะมากกว่าจำนวนเงินที่เขาคิดไว้

อ้อ .. อิมนาพูดขึ้นอย่างนึกขึ้นได้ในขณะที่แจจุงกำลังจะเข้าไปเปลี่ยนชุดที่หลังร้าน .. ชุดพนักงานชายที่นี่ไม่แตกต่างจากพนักงานหญิงเท่าไหร่นัก ต่างกันแค่ของฝ่ายชายจะเป็นกางเกงขายาวสีดำเท่านั้น .. เขาหันหลังกลับมาฟังอีกครั้ง

ถ้าเย็นวันไหนแจจุงไม่ว่างหรือติดเรียนก็ไม่เป็นไรนะ โทรมาบอกอาได้

อ่า ครับ

อ้ะ ขาไปโดนอะไรมาคะนั่นพนักงานคนหนึ่งที่สังเกตเห็นแผลเหวอะหวะน่ากลัวบนหัวเข่าของแจจุงทักขึ้นเสียงดัง คนเจ็บตัวไม่พูดอะไร เพียงส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงไม่เป็นไรเท่านั้น

ไม่เป็นไรได้ยังไงกัน ล้างแผลหรือยังเนี่ยคุณอาของชางมินรีบกระวีกระวาดเดินออกมาจากเคาท์เตอร์ เมื่อเธอเห็นแผลนั่น ก็แทบจะเป็นลมด้วยความตกใจ

วันนี้อาให้เธอพักดีกว่า ไม่ต้องทำงานแล้ว ไม่ไหวหรอกแจจุง

แต่ ..ยังไม่ทันจะได้แย้ง อีกฝ่ายก็รีบชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน

ไม่มีแต่ เดี๋ยวอาโทรเรียกชางมินให้ออกมารับไปส่งที่บ้านดีกว่า ขืนเธอกลับเองมีหวังไม่ถึงบ้านแน่ๆ

ได้แต่พยักหน้าแล้วทำตาปริบๆเท่านั้น .. สิบนาทีต่อมารถของชางมินก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าร้าน โดยไม่รอช้า แจจุงจึงค่อยๆเดินไปขึ้นรถทันที โดยที่คุณอาอิมนาได้บอกก่อนไปว่าให้ขาหายก่อนแล้วเธอจึงจะอนุญาตให้เริ่มงานได้

เฮ้ย ขานายไปโดนอะไรมาร่างสูงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ .. ก็เล่นเป็นแผลที่เป็นรอยถากใหญ่ซะขนาดนั้น แล้วเลือดยังไหลอยู่ซิบๆ .. จะไม่ให้เขาตกใจได้ยังไง

หกล้ม

ฮะ ? อย่างนายเนี่ยนะ แล้วเรียนหมอภาษาอะไรถึงได้ปล่อยให้ขาตัวเองเป็นอย่างนี้ ทำไมไม่ทำแผลคิ้วหนาขมวดมุ่นกับคำตอบของคนข้างๆ

นี่ฉันก็ล้างแผลแล้ว แต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยให้ฉันทำแผลนิคนตัวเล็กเถียงกลับ แล้วฉันก็ไม่ได้ซุ่มซ่ามขนาดนั้นจนได้แผลนี่กลับมาหรอกน่า แค่ตกใจที่เกือบจะโดนรถชนเท่านั้นเอง ..จบประโยคชางมินก็เหยียบเบรกดังเอี๊ยดให้ร่างบางได้หน้าคะมำ โชคดีที่เป็นถนนสายเปลี่ยว มิฉะนั้นรถข้างหลังอาจจะขับมาชนก็เป็นได้

นี่ชิมชางมิน เมื่อกี้ฉันก็รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด หรือนายอยากให้ฉันตายมากหรือไงหา !!เสียงหวานตวาดแหวพร้อมกับเอามือไปทาบไว้ที่อก

เออ ขอโทษที ก็มันตกใจนี่นา ร่างสูงตอบกลับเสียงอ่อยๆ โชคดีที่นายรอดมาได้

เหอะ นึกว่านายจะอยากให้ฉันตาย เมื่อกี้ฉันจะตายวิ่งเข้าไปขวางรถให้มันตายๆไปเลย

เงียบไปครู่หนึ่ง .. ทันทีที่จบประโยค ..

อย่า .. ชางมินเค้นเสียงออกมาจากปากอย่างยากเย็น มือไม้เริ่มสั่นด้วยอารมณ์ผิดแปลก

อะ .. อะไร ..คนประชดเมื่อครู่ที่ทำให้บึ้งตึงแปรเปลี่ยนสีหน้าเป็นกังวล

อย่าพูดคำว่าตาย .. ต่อหน้าฉันสิ้นประโยค ภายในรถก็จมอยู่ในความเงียบอีกครั้ง แจจุงขยับตัวเล็กน้อยอย่างอึดอัด ก่อนจะทำลายความตึงเครียดด้วยการยื่นมือไปผลักไหล่คนข้างๆเบาๆทีหนึ่ง แล้วบีบเบาๆ

ไม่รู้เหมือนกันว่าชางมินจะโกรธทำไม .. แต่ยังไงก็ต้องทำให้อารมณ์ดีไว้ก่อนละกัน .. เพราะชิมชางมินยามโกรธน่ะ .. น่ากลัวยิ่งกว่าเวลาเขาโกรธเป็นสิบเท่าเลยล่ะ ..

เฮ้อ .. ก็ได้ ก็ได้ .. ฉันจะไม่พูดคำว่าตายอีก .. สัญญาก็ได้นิ้วก้อยเล็กๆถูกยื่นมาไว้ตรงหน้า ชางมินที่เริ่มสงบสติอารมณ์ได้ถอนหายใจดังเฮือก ยื่นนิ้วก้อยของตนมาเกี่ยวไว้แล้วเขย่าเบาๆ

สัญญาแล้วนะ .. ถ้านายฝ่าฝืนฉันจะทำยังไงดีเนี่ย ~~ เลี้ยงข้าวสักสิบจานเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ เป็นยังไงล่ะ ข้อเสนอของฉัน ไม่มากเกินไปใช่ไหมล่ะ

นี่ชิมชางมิน !!!ตวาดแหวเสียงดังอีกครั้งให้คนฟังสะดุ้งเฮือกเล่นๆ รีบชักนิ้วก้อยออกมาอย่างรวดเร็ว .. ไม่น่าปลอดภัย .. นั่นอาจจะเป็นคำที่ชางมินคิดได้อย่างเดียวเมื่อคิมแจจุงตวาด มันจะมากเกินไปหรือเปล่าเนี่ย ฮะ !

งั้นนายก็อย่าพูดสิ เอาเป็นว่าตามนั้น โอเค๊ ?? โอเคพูดเองเออเองเสร็จสรรพไม่ทันให้คนเจ้าอารมณ์พูดต่อ เริ่มเคลื่อนรถอีกครั้งเป็นสัญญาณที่ทำให้รู้ว่า .. ไม่ควรรบกวนคนที่กำลังใช้สมาธิกับการขับรถ

ชิ .. ฝากไว้ก่อนนะนาย ชิมชางมินพึมพำเบาๆขณะหลับตาลงอย่างอ่อนแรง แต่ก็ยังไม่ลืมสั่งคนขับรถเบาๆ ถึงบ้านแล้วปลุกด้วยก่อนลมหายใจอย่างสม่ำเสมอจะดังขึ้นพร้อมกับความเงียบ นั่นทำให้เขาได้รู้ว่า .. คนตัวเล็กได้เข้าสู่นิทราเรียบร้อยแล้ว

อย่าพูดคำว่าอยากตาย .. เพราะถ้านายตาย .. หัวใจของฉันจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร ..

- - - - - - - - - -

TBC

2007/Mar/09

Title :: Can I love You? (사랑해도 됄까요?)
Part :: Intro
Couple :: YunJae , YuSu .. Etc.
Category :: Romantic,Drama
Talk :: อ่า .. หยิบฟิควายเรื่องแรกมาปัดฝุ่นเสียใหม่ .. แต่งไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ค้างเติ่งอยู่สองสามเดือน คิดว่าได้เวลาที่ควรจะต่อซะที - -" เลยเอามาลงซะเลย

Warning :: ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงหรือเจ้าของชื่อแต่โดยประการใด อ่านรายละเอียดที่เหลือได้ ที่นี่

Intro

เสียงฝีเท้ากระทบกับพื้นคอนกรีตดังก้องขึ้นบนถนนสายเปลี่ยวแห่งหนึ่งในย่านกรุงโซล ร่างเล็กในชุดเสื้อโค้ทตัวหนาที่ดูแล้วท่าผ่านการใช้งานมาหลายปีขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามถูมือไปมาเพื่อเพิ่มระดับความอบอุ่นในร่างกาย แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากสักเท่าไหร่ ริมฝีปากบางสั่นกึกๆด้วยความหนาว แต่เจ้าตัวก็ยังเดินต่อไปพลางสอดส่ายหาอะไรบางอย่างตามใบปลิวข้างทาง

ผ่านมาสามชม.แล้วที่ร่างบางได้แต่เดินไปเรื่อยๆตามถนนอย่างคนไม่มีจุดหมาย อากาศที่เริ่มหนาวเย็นลงในตอนนี้ดูเหมือนจะเริ่มเป็นอุปสรรค เขาถอนหายใจออกมาดังเฮือกอย่างหมดหวังพร้อมกับหมุนตัวเดินกลับไปตามทางเมื่อครู่นี้

ในที่สุดก็มาถึงที่หมาย ฝ่ามือเรียวยกมือขึ้นเคาะประตูแรงๆสามที เสียงดังกุกกักๆเล็กน้อยดังมาจากข้างใน ก่อนที่ประตูจะเปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้มที่คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้มาเยือน

กลับมาแล้วหรอฮะแจจุงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนรีบแทรกตัวเข้าไปข้างในด้วยความหนาว

ได้งานไหมฮะพี่?มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่เป็นคำตอบ .. จุนซูพอจะเดาคำตอบได้

พี่รีบไปนอนดีกว่า นอนดึกมาหลายคืนแล้ว พรุ่งนี้มีเรียนเช้านี่

อื้มม แล้วเราล่ะกินข้าวหรือยัง หือ?ริมฝีปากบางซีดคลี่ยิ้มเล็กน้อย ขยี้ผมน้องชายคนเล็กด้วยความเอ็นดู

เรียบร้อยฮะ พี่กินมาหรือยังเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆ จุนซูจึงเอ่ยต่อ

งั้นพี่ขึ้นไปนอนเลย ขืนไปหลับใน Lab ล่ะก็ ระวังจะไม่จบนะ ~~เดินเข้าห้องไปตามแรงผลักของคนตัวเล็กอย่างโดยดี เมื่อประตูปิดลงแจจุงก็ได้แต่นั่งถอนหายใจ ..

กะแค่งานพาร์ทไทม์ตอนกลางคืน .. ทำไมมันหายากอย่างนี้ ..

จริงอยู่ที่งานกลางคืนไม่ได้หายากอย่างที่คิด .. เพียงแต่เมื่อครู่เขาลองเข้าไปสมัครงานที่บาร์แห่งหนึ่ง แทบจะเอาตัวรอดออกมาไม่ทัน .. ก็แค่เขาเดินเข้าไปบอกขอสมัครงาน ทำไมเจ้าของร้านต้องมองด้วยสายตาแทะโลมพร้อมกับเอามือมาลูบๆคลำๆตัวเขาด้วยเล่า !

เอาเถอะ ... ไว้พรุ่งนี้ค่อยปรึกษาชางมิน

พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เด็กๆด้วยโรคร้ายทั้งคู่ แจจุงที่เป็นผู้พี่จึงต้องคอยดูแลจุนซูซึ่งป่วยออดๆแอดๆตั้งแต่เล็กมาโดยตลอด ลำพังเพียงเงินที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้นั้นก็ไม่ได้มากพอที่จะใช้สำหรับจ่ายค่าเรียน ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ .. แต่โชคยังดีที่พ่อกับแม่ได้ทิ้งบ้านหลังนี้ไว้ให้กับพวกเขาด้วย ไม่งั้นหากต้องจ่ายค่าเช่าบ้านอีกอย่าง .. คงจะไม่รอด

เสียงถอนหายใจเฮือกสุดท้ายดังขึ้น ก่อนไฟดวงใหญ่กลางห้องนอนจะดับลง เหลือเพียงโคมไฟตรงโต๊ะเขียนหนังสือที่เต็มไปด้วยตำราภาษาอังกฤษซ้อนทับกันเป็นตั้งหนาๆ .. ไม่นับหนังสือประเภทเดียวกันที่เรียงรายอยู่บนตู้ข้างเตียง .. หนังสือที่เขาจะต้องใช้ค้นหาข้อมูลประกอบการทำวิจัย ..

และแล้วห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงของปากกาขีดผ่านกระดาษเบาๆที่ดังมาเป็นระยะๆเท่านั้น ...

แจจุง ! แจจุง !เสียงตะโกนเรียกมาแต่ไกล ส่งผลให้ร่างเล็กที่เดินก้มหน้าโซซัดโซเซออกมาจากตึกของคณะเงยหน้าขึ้นมอง

มีอะไรชางมินเอ่ยปากเรียกเพื่อนสนิทของตนอย่างเนือยๆพร้อมกับอากัปกริยาหาววอดๆ

ให้ทายว่าเมื่อคืนนายไม่ได้นอน ?

รู้ได้ไง

เก่ง !เมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่ายเจ้าตัวจึงรีบให้อรรถถาอธิบายเพิ่มขอบตาดำ เดินโงนเงน แถมหาววอดๆ ใครเห็นเค้าจะรู้กันหมดแหละ แล้วไม่นอนเนี่ยไม่โดนจุนซูแว้ดเข้าหรือไง

ก็เค้าไม่รู้ไง ถึงไม่แว้ด

ทำไมถึงไม่พักผ่อนเยอะๆ .. รู้ไหม .. ว่าฉันเป็นห่วงใบหน้าของชางมินแปรเปลี่ยนจากยิ้มๆเป็นเคร่งเครียดจริงจัง เอื้อมมือมากุมมือของแจจุงไว้อย่างหลวมๆ

แกทำอะไรวะชางมิน เล่นอะไรก็ไม่รู้ ขนลุกเว่ย บรื๋ออ ~~แจจุงชักมือหนีอย่างหวาดๆ .. หวังว่าไอ่เพื่อนรักที่คบกันมานานเกือบ 10 ปีนี่คงจะไม่วิปริตชอบเพศเดียวกันขึ้นมาตอนนี้

นายคิดว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆหรอคิมแจจุงน้ำเสียงของคนตรงหน้าดูจริงจัง

ฮะ ???ในตอนนี้มีเครื่องหมายเควสชั่นมาร์คลอยอยู่เต็มหัวแจจุง

นายเอาความรู้สึกของฉันมาเป็นเรื่องเล่นๆได้ยังไง

เอ่อ .. ชะ .. ชางมิน ..คนตรงหน้าก้มหน้าลง ก่อนแจจุงจะสังเกตไหล่ที่สั่นไหวเล็กน้อย ชางมิน .. นะ .. นายชอบฉันหรอ .. ขอโทษนะ .. แต่เราเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมดีกว่า

ฮ่า ๆๆๆ โอ๊ยตายละ ขำ ไม่ไหวแล้ว นาย นายเชื่อฉันด้วยหรอเนี่ย ฮ่าๆๆๆ ฉันนี่ไปเป็นดาราได้เลยนะเนี่ย แสดงก็เก่ง หน้าตากดี เพอร์เฟคเหลือเกินร่างสูงหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นเมื่อเห็นปฏิกิริยางงงวย ทำอะไรไม่ถูกของแจจุง โดยไม่ได้สังเกตสายตาของอีกฝ่ายเลยว่าขณะนี้ .. เป็นอย่างไร

อุ้ก !ชางมินร้องด้วยความจุกอย่างแรงพร้อมกับเอามือกุมท้องเอาไว้ คู้ตัวลงไปนั่งยองๆกับพื้น .. มือหนักเป็นบ้า

เล่นอะไรไม่รู้เวลา .. รู้จักคิมแจจุงน้อยไปหรือเปล่าพูดกลั้วหัวเราะ พลางแยกเขี้ยวยิ้มอย่างสะใจ

เออ ฉันคิดว่าฉันรู้แล้ว แล้วนี่หางานได้ยัง

ยังพยักเพยิดหน้าไปทางโต๊ะไม้หินอ่อนที่อยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้นัก ก่อนจะเดินดำหน้าชางมินไปนั่งแล้วฟุบลงกับโต๊ะอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก

งานเดิมมันก็เงินดีไม่ใช่หรอ จะลาออกทำไม แถมตอนนี้นายก็ทำงานอยู่หลายอย่างแล้ว ลดตอนกลางคืนวันเสาร์อาทิตย์จะเป็นอะไรไป

นายไม่เข้าใจชางมิน .. ฉันต้องเลี้ยงน้อง ถ้าฉันไม่ทำงานพาร์ทไทม์ตอนเสาร์อาทิตย์ จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้จุนซูเสียงงึมงำๆพอจับใจความได้ดังออกมาจากปากแจจุง

อันนี้ฉันก็เข้าใจ .. แต่ร่างกายนายน่ะจะรับไม่ไหวเอาน่ะสิ เรียนหมอน่ะหนักจะตายไม่ใช่หรอแจจุง แถมอาทิตย์หน้านายก็ต้องเข้าไปทำงานเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลอีก สักวันนายต้องป่วยตามจุนซูไปอีกคนแน่ๆชางมินว่า ทว่าอีกฝ่ายยังคงเงียบ เขาจึงถอนหายใจแรงๆหนึ่งทีก่อนเอ่ยต่อ เฮ่อ แต่ถ้านายต้องการจริงๆเดี๋ยวฉันจะช่วยติดต่อคุณอาให้ .. รู้สึกว่าเค้าเพิ่งจะเปิดร้านอาหารใหม่ นายทำกับข้าวอร่อย อันนี้ไม่น่ามีปัญหา

ฮ้า ~~ จริงหรอ ~~ไม่เหลือปฏิกิริยาของคนง่วงนอนอีกต่อไป แจจุงผงกหัวขึ้นมาจากโต๊ะด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่ออีกฝ่ายรับคำอย่างปลงๆคนหน้าสวยก็ตะโกนขึ้นดังลั่นจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาหันมามองกันพรึ่บ

เดี๋ยววันนี้ฉันจะกลับไปถามคุณอาให้ ได้ไม่ได้ยังไงเดี๋ยวฉันโทรไปหานายละกัน

ชางมินเพื่อนรัก ~~ ไอเลิฟยูววว ~~ ฮ่าๆว่าแล้วก็เอื้อมมือทั้งสองข้างไปจับแก้มของฝ่ายตรงข้ามแล้วบิดไปบิดมาอย่างอารมณ์ดี หัวเราะเสียงดังก่อนจะรีบหอบหนังสือตั้งใหญ่แล้ววิ่งเข้าตึกเดิมไปอย่างรวดเร็ว

คิมแจจุง !!! นายกลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ !!ชางมินลุกขึ้นยืนอย่างเหลืออด ไม่เหลือมาดเด็กเรียนที่สอบได้ที่หนึ่งของคณะบริหารธุรกิจทุกครั้งเลยสักนิด คนร่างเล็กที่กำลังวิ่งขึ้นบันไดไปแล้วผลุบหน้าออกมาทางระเบียงชั้นสองก่อนตะโกนกลับมาอย่างอารมณ์ดี

อ้ะอ๋า ใครจะกลับไปให้โง่ ถือว่าแก้แค้นเรื่องเมื่อกี้ อีกอย่างฉันมีเรียนต่อนะชิมชางมิน ไว้เจอกันแจจุงโบกมือผลอยๆให้ แล้วหายเข้าไปในห้องแลบ อากัปที่ทำให้ชางมินเผยอยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนนึกสงสารในชะตากรรมอันเลวร้ายของเพื่อนสนิท

เขารู้จักกับแจจุงมาตั้งแต่เล็กๆ เนื่องด้วยพ่อแม่ของคนทั้งคู่สนิทกัน ทั้งสองจึงเป็นเพื่อนในสมัยเด็กกันไปโดยปริยาย เมื่อพ่อแม่ของแจจุงเสีย คุณแม่ของเขาได้ชวนให้แจจุงกับจุนซูมาอยู่ด้วยกัน หากความรั้นและความเกรงใจที่หาไม่ได้ง่ายๆจากเด็กอายุ 12 ปกติ ทำให้เจ้าตัวเอ่ยปากปฏิเสธ .. ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากรบกวน .. ถ้าต้องการช่วยเหลือจริงๆค่อยช่วยตอนที่เขาไม่มีอันจะกินจริงๆดีกว่า.. แจจุงเป็นคนดี .. ใช่ .. ดีมากคนเขาทึ่ง .. ไม่ว่าทำอะไรจะคิดถึงผู้อื่นเป็นอันดับหนึ่ง .. เหมาะสมจะเป็นหมอจริงๆ ..


ครืด ครืด ..
เสียงมือถือเครื่องเล็กที่สั่นกึกๆส่งผลให้ร่างบางเงยหน้าขึ้นมาจากกองหนังสือที่รายล้อมรอบตัว เอื้อมมือไปหยิบเจ้าเครื่องมือสื่อสารที่รักษามาเป็นอย่างดี .. ในปัจจุบันโทรศัพท์มือถือแทบจะเป็นปัจจัยที่6สำหรับโลกมนุษย์ไปซะแล้ว .. เขาจึงต้องรับเจ้ามือถือเครื่องแพงนี่ที่คุณนายชิมยัดเยียดมาให้อย่างเสียไม่ได้

ฮัลโหลชางมิน ว่าไง ?แจจุงรับสายอย่างอารมณ์ดี .. หวังว่าจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นนะ

ฮ้า ~~ จริงอ่ะ เริ่มวันไหน พรุ่งนี้เลยหรอ ได้ ๆ ไม่มีปัญหา โอ้ว ฉันรักนายที่สุดเลยยย แล้วเขาก็กดวางสายก่อนตะโกนเสียงดังด้วยความเผลอ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือที่ไหน เขาจึงรีบมุดหัวลงกับกองหนังสือด้วยความอาย สายตาสอดส่องอาจารย์บรรณารักษ์จอมโหดที่อาจจะเดินมาเขมือบหัวเขาถ้ารู้ตัวคนทำเสียงดังก็เป็นได้

คิม แจ จุง ..แจจุงสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับมือที่เอื้อมมาจับที่หัวไหล่ ก่อนผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งอกเมื่อพบว่าไม่ใช่อาจารย์บรรณารักษ์ตามที่เขาคิดไว้

อ้าว สวัสดีชีวอน

ชเวชีวอน.. เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่หน้าตาหล่อเหลาเอาการ .. นัยน์ตาสีดำขลับที่ฉายแววกรุ้มกริ่มอยู่ตลอดเวลา .. ดูภายนอกอาจเป็นชายหนุ่มเรียบร้อย แต่ภายในนั้น .. เสือผู้หญิงชัดๆ !!

วิจัยถึงไหนแล้วล่ะ?

ก็ .. เหลืออีกนิดหน่อยก็ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ นายล่ะ?

เรียบร้อย เหลือแค่ส่งให้ศาสตราจารย์ดูเท่านั้นแหละชีวอนค่อยๆทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แล้วฉวยเอากระดาษปึกหนึ่งที่วางอยู่ขึ้นมาพลิกดู

นายนี่ยังเก่งเหมือนเดิมเลยนะแจจุงชีวอนพูดเสียงเบาเมื่อเห็นว่าอาจารย์บรรณารักษ์กำลังเดินมาแถวนี้

ไม่หรอก นายเก่งกว่าฉันอีกตอบอีกฝ่ายด้วยเสียงที่เบาไม่แพ้กัน แต่ยังไม่เงยหน้าจากการจดยุกยิกๆบนสมุด

ไปหาอะไรกินกันเหอะ

ไม่ได้ ฉันต้องทำงาน

เดี๋ยวค่อยกลับมาทำก็ได้น่าร่างสูงพยายามฉุดอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นยืน แต่คนตัวเล็กไม่ได้มีทีท่าว่าจะลุก แถมยังปัดปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

ไม่ได้หรอก เดี๋ยวฉันต้องไปทำงานพิเศษต่อ ขอโทษนะชีวอน นายไปกับพวกผู้หญิงพวกนั้นดีกว่า ดูสิมาต่อคิวซะยาวเลยแจจุงพยักเพยิดหน้าไปทางประตูเข้าห้องสมุด เมื่อชีวอนหันไปมองก็พบว่ามีนักศึกษาสาวหลายคนยืนอยู่แถวๆนั้นเป็นกลุ่มใหญ่ .. ร่างสูงฉีกยิ้มเล็กน้อยพอเป็นพิธีก่อนได้ยินเสียงกรี๊ดแว่วๆที่ดังเข้ามาถึงภายใน

แต่ฉันอยากไปกับนายนี่ร่างบางถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

ฉันไปไม่ได้จริงๆชีวอน วิจัยนายเสร็จแล้วแต่ของฉันยังไม่เสร็จ นายเป็นลูกคนรวยว่างตลอดศกไม่ต้องหางานทำงกๆเหมือนฉัน แถมฉันต้องมีน้องที่ป่วยออดๆแอดๆต้องดูแลตลอด สรุปคือฉันไม่ได้มีเวลาว่างพอที่จะไปกินข้าวกับนาย เข้าใจไหม ? ถ้าขืนนายมาตามตื้อฉันต่อไปฉันจะไปเรียกแม่สาวๆพวกนั้นให้มาจับตัวนายไปแจจุงยื่นคำขาด ชีวอนจึงทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะลุกออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก

สักวันคิมแจจุง .. ฉันจะต้องทำให้นายมาเป็นของฉันให้ได้ !

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - -

To be Con...


edit @ 2007/03/09 17:06:29

2007/Mar/09

อ่า ..
มายได้เปิดบลอคใหม่ขึ้นอีกบลอคนึงเพื่อลงฟิคโดยเฉพาะนะคะ
ส่วนบลอคหลักก็นี่เลย*จิ้ม*

แวะไปเยี่ยมเยียนกันบ้างเน้อ

ก็อย่างที่เห็นนะ เมนหลักของบลอคนี้เป็นบลอคฟิควาย

วายคืออะไร ?? มันก็คือ Yaoi .. หรือ ชายรักชายอย่างที่ทุกคนเข้าใจกันนั่นแหละค่ะ
ใครรับไม่ได้ก็ปิดไปซะ !
เราไม่อยากมามีปัญหาทีหลัง มันจะเสียความรู้สึกกันทั้งสองฝ่ายน่ะค่ะ ^^

เรื่องราวเป็นเพียงฟิคชั่นเท่านั้น ..
ก็คือจินตนาการของผู้แต่งนั่นเอง
เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงแต่โดยประการใด
ขอให้รับรู้ด้วยนะคะ จะมาโวยทีหลังไม่ได้นะคะ
เช่น .. "ยุนกะแจไม่ใช่เกย์ซักหน่อย" "ยูโนกะฮีโร่ไม่ได้รักกันนะ"อะไรเทือกนี้ บลาๆ เพราะเห็นว่าคนแต่งฟิคหลายคนก็คงเคยเจอ
เพราะเราบอกแล้วว่ามันเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเท่านั้น
นอกจากคุณจะยังดึงดันเข้าไปอ่านมันแล้วมาว่าเรา

เรื่องเรทของฟิคชั่นในนี้จะมีไม่จำกัดนะคะ
ตั้งแต่ PG - 13หรืออาจจะถึง NC -17(ถ้าสามารถแต่งได้ ..)
ใครอายุไม่ถึงเราก็ไม่ห้าม เพราะตัวเรานั้นเวลาอ่านฟิคหื่นๆก็ฝ่าฝืนคำเตือนทุกที 555

อีกเรื่องนึงเรื่อง Couple
จะเป็น Yunho x JaeJoongกับYuchun x Junsuนะคะ ..Onlyด้วย ฮ่าๆ ..
แต่ก็อาจจะมีคู่อื่นมา feat.บ้าง
เช่นมินฮุน .. (ชางมินกะจองฮุนนั่นเอง =w=) ฮันชอลคิเฮเป็นต้นน หรืออาจะจะซีฮัน ??ฮ่าๆ

เรื่องสุดท้ายที่สำคัญสุดๆ !!!
คอมเม้นท์ค่ะ ^^"
ใครเข้ามาอ่านแล้วชอบ(จะมีมั๊ย ?ฮ่าๆ )ก็ทิ้งคอมเม้นท์ไว้ด้วยนะคะ
ติชมมาเลยเราไม่ว่ากัน จะได้นำข้อบกพร่องไปแก้ไขและปรับปรุงค่ะ
สมมติว่าถ้าคอมเม้นท์น้อย หรือไม่มีเลย .. เราก็จะไม่มาต่อเพราะคิดว่าคงไม่มีคนอ่านแล้ว
คอมเม้นท์จึงเป็นสิ่งที่จะบ่งบอกได้ว่าเราจะมาต่อฟิคได้เร็วแค่ไหน

เพราะฉะนั้น อย่าลืมคอมเม้นท์นะคะ ^_________________^


edit @ 2007/03/09 14:31:28
edit @ 2007/03/09 17:09:04